Scars Less รักษาหลุมสิว
the gold standard for Skin Rejuvenation

แก้ปัญหาทุกหลุมสิวด้วย Erbium:YAG Laser คือเลเซอร์รักษาหลุมสิวที่ใช้พลังงานงานแสงความเข้มสูงที่คลื่นความยาว 2,940 nm ซึ่งเป็นช่วงที่มีความจำเพาะเป็นพิเศษกับน้ำในชั้นผิว ทำให้สามารถผลัดเปลี่ยนเซลล์ใหม่ ( Resurfacing ) ที่ผิวชั้นบนโดยไม่เกิดอันตรายกับเนื้อเยื่อส่วนอื่นได้ในทุกสีผิว ด้วย MicroSpot handpiece ที่มาพร้อมเทคโนโลยีไมโครเลนส์ชนิดพิเศษที่ทำให้เกิดลำแสงเลเซอร์เลเซอร์ขนาดเล็กถึง 169 MicroSpots ในการยิงเลเซอร์แต่ละครั้ง และยังสามารถตั้งค่าและควบคุมการรักษาได้อย่างแม่นยำ นอกจากนั้นยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีลาสตินในผิวชั้นลึก เป็นการแก้ปัญหาเรื่องหลุมสิวพร้อมทำให้ผิวในบริเวณที่ทำการรักษานั้นเรียบเนียนยิ่งขึ้น

The MCL31 Dermablate is the gold standard
in highly precise ablation and fractional technology.

 

การรักษา
ใช้เวลารักษา 15 – 20 นาที เพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นของการรักษา ควรทำการรักษาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันนาน 3-5 ครั้ง ในทุกๆ 1 เดือน ซึ่งจะสามารถเห็นผลได้ตั้งแต่การรักษาครั้งแรก ขนาดหลุมสิวจะมีขนาดเล็กลง ผิวจะเรียบเนียนเต่งตึงขึ้น ร่องรอยเล็กๆบนใบหน้าจะลดเลือนและจางหายไป ผิวของคุณแลดูอ่อนเยาว์ และกระชับมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเผยผิวเรียบเนี่ยนได้โดยไม่ต้องปกปิดอีกต่อไป

การดูแลหลังการทำการรักษา
หลังทำการรักษาให้หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วง 24 ชม.แรก หลังจากนั้นสามารถทาบำรุงด้วยครีมที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ชั้นผิวอย่างต่อเนื่องจนกว่าสะเก็ดแผลจะหลุด (5-7 วัน) หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในช่วง 2 สัปดาห์แรก หลังสะเก็ดหลุดผิวหน้าและรอยหลุมสิวจะค่อยๆดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 30-45 วัน

Type of Acne & Scar
 
" สิว " นับเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกคนต้องเจอโดยเฉพาะช่วงวัยรุ่น แต่สิ่งที่เป็นปัญหาไม่แพ้กัน คือเมื่อสิวหายแล้ว มักเกิดหลุมสิวที่รักษาได้ยากยิ่งกว่าตามมาด้วย
 
หลุมสิวเกิดจาก การที่ผิวหนังเกิดการอักเสบจนทำให้เกิดโพรงภายในเนื่อเยื่อ และผลของการอักเสบทำให้คอลลาเจนใต้ชั้นผิวบริเวณนั้นถูกทำลาย หลังจากนั้นเนื้อเยื่อจะทำการซ่อมแซมตัวเอง แต่หลายครั้งที่การซ่อมแซมผิดพลาดทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติ เกิดพังผืดดึงรั้งผิวด้านบนให้ยุบลง ทำให้ผิวด้านบนมีลักษณะไม่เรียบ เกิดเป็นหลุม และขาดความยืดหยุ่น
 
การรักษาหลุมสิวจึงจำเป็นควรทำการแก้ปัญหาในแต่ละชั้น โดยต้องทำการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวด้านบนใหม่ ในขณะเดียวกันก็ต้องทำการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติด้านในให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ โดยทุกขั้นตอนของการรักษาต้องทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อให้น้อยที่สุด