Detoxification

Last updated: Aug 2, 2018  |  บทความ

Detoxification

 

 

          การดำเนินชีวิตในปัจจุบันมนุษย์ต่างต้องเจอกับมลภาวะเสียที่เราต้องรับมลพิษเข้าไปในร่างกายอยู่ตลอดเวลา โดยที่เราไม่รู้ตัวและสะสมอยู่ในร่างกายนานๆ ไม่ว่าจะเป็นสารพิษภายนอกที่มากับสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา หรือสารเคมีที่ปนเปื้อนต่างๆที่มาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกวิธี เช่น การน้ำดื่ม อากาศที่เป็นพิษ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ยังรวมถึงโลหะหนักๆ จนบ้างครั้งทำให้คนเรามองข้ามกับสิ่งเหล่านี้จนเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคภัยตามมาไปโดยปริยาย


          เพราะฉะนั้นการเลือกโภชนาการให้เหมาะสมหรือได้รับในปริมาณที่พอดี จึงเป็นสิ่งสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดีควบคู่กันไปด้วย ดังนั้นกระบวนการกำจัดของเสียโดยอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการขับของเสียออกจากร่างกาย อย่างเช่น ผิวหนัง ลำไส้ ตับ ไต และ ปอด จะถูกขับของเสียออกผ่านทางเหงื่อ, ผ่านทางลำไส้ (การขับอุจจาระ), ผ่านทางปัสสาวะ และการหายใจ เพราะฉะนั้นหากร่างกายมีการรับสารพิษต่างๆเข้ามาอย่างต่อเนื่องยาวนานและในปริมาณมากเกินกว่าที่ระบบการกำจัดของเสียจะขับออกได้หมด จะส่งผลทำให้เกิดสภาวะเสียสมดุลเรื้อรังจาก มักจะพบกับอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือในทางตรงกันข้าม อีกสาเหตุอาจมาจากการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นระยะเวลายาวนาน

          เมื่อร่างกายได้รับสารพิษหรือสะสมของเสียต่างๆไว้เป็นเวลานานๆ ร่างกายก็จะยิ่งสูญเสียความสามารถในการกำจัดสารพิษหรือของเสียออกจากร่างกายมีประสิทธิภาพน้อยลง และนั่นยิ่งทำให้อวัยวะต่างๆอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการกำจัดและล้างสารพิษมีการทำงานอยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าระบบการทำงานของร่างกายสามารถกำจัดสารพิษที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

 



การล้างสารพิษ (Detoxification)

          คือ การชะล้างหรือการขับนำเอาสารพิษโลหะหนักออกจากร่างกาย เพื่อไม่ก่อให้เกิดสิ่งที่ตกค้างสะสมในร่างกายจนมีผลกระทบต่อสุขภาพเพาะการมีสารตกค้างหรือของเสียและสารพิษสะสมในร่างกาย เป็นสาเหตุพื้นฐานอันดับต้นๆของการเจ็บป่วยของคนเรา พร้อมกับการเสริมสร้างสารที่เหมาะสมต่อการฟื้นฟูและการทำงานของร่างกายเพื่อการมีสุขภาพดีอย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันสิ่งแวดล้อมทุกอย่างรอบๆตัวล้วนมีสิ่งปนเปื้อน อย่างเช่น สารพิษโลหะหนักพบได้ในวัสดุก่อสร้าง เครื่องสำอาง ยา อาหารที่ผ่านกระบวนการ ต่างๆ แหล่งเชื้อเพลิง เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง คลื่นจากวิทยุโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

     ซึ่งสารเหล่านี้เมื่อคนเราได้รับเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดความผิดปกติการแบ่งตัวของเซลล์ ทำให้เซลล์ตาย เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงานของเซลล์ เป็นตัวการทำให้เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรม ตลอดจนเป็นตัวชักนำทำให้เกิดมะเร็ง โรคภัยไข้เจ็บต่างๆและเกิดความเสื่อมสภาพของอวัยวะในร่างกายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสาเหตุของความชรา การล้างพิษจึงมีบทบาทสำคัญต่อการดูแลสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง และมีส่วนช่วยให้กระบวนการชะลอวัย คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณภดีขึ้นตามลำดับ

 


อาการแสดงที่บ่งบอกเมื่อมีสารพิษสะสมในร่างกาย ดังนี้

  • ปวดศีรษะบ่อย หงุดหงิด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ง่วงนอน สมาธิไม่ดี ความจำเสื่อม
  • ดูดซึมอาหารประเภทแป้งมาก ระบบเผาผลาญทำงานน้อยทำให้อ้วนง่าย
  • ท้องผูกเรื้อรัง ปากเหม็น กลิ่นตัวแรง
  • ปัญหาผิวพรรณ สิว ฝ้า
  • เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ ผายลมบ่อย
  • โรคผิวหนังเรื้อรัง ผื่นคัน เป็นแผล เป็นฝีบ่อย
  • หอบหืด ภูมิแพ้ ลมพิษง่าย
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อและกระดูก รูมาตอยด์


       ทางการแพทย์จึงได้คิดค้นสูตรการล้างพิษแบบใหม่ ที่รวมเอาประสิทธิภาพของการล้างพิษหลอดเลือด การล้างพิษตับ การเสริมภูมิคุ้มกัน การเติมสารต้านอนุมูลอิสระและสารบำรุงผิวพรรณเข้าไว้ด้วยกัน ส่งผลให้การ ล้างพิษครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ได้แก่


การล้างพิษหลอดเลือด ( Chelation )

          คือการฟื้นฟูเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นดี่ขึ้น ลดการสะสมของสารพิษที่เกาะตามผนังหลอดเลือด หรือสารโลหะหนักส่วนเกินที่ตกค้างในน้ำเลือด ซึ่งทำให้เกิดปัญหาผนังหลอดเลือดอักเสบ ขรุขระ เส้นเลือดแข็งหรือตีบแคบ อุดตัน ส่งผลให้ระบบใหลเวียน การลำเลียงไม่ดี ก่อให้เกิดปัญหาโรคต่างๆมากมาย เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด และโรคความเสื่อมตามอวัยวะต่างๆ
การทำ Chelation ช่วยฟื้นฟูระบบหลอดเลือดให้มีความยืดหยุ่นดีขึ้น มีการใหลเวียนดี ทำให้อวัยวะในร่างกายแข็งแรง ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานดี ป้องกันโรคความเสื่อมต่างๆ ที่เกิดขึ้นเช่น สมองขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง โรคเบาหวาน ภาวะภูมิเพี้ยนต่างๆ เช่น รูมาตอยด์

 

การล้างพิษตับ ( Live Detox )

          ตับเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมาก เพราะทำหน้าที่ให้แก่ร่างกายหลายประการ เช่น เก็บสำรองอาหาร เป็นแหล่งสร้างพลังงาน สร้างสารหลายชนิดที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ เช่น สร้างน้ำดีเพื่อช่วยย่อยอาหาร สังเคราะห์วิตามินเอ สังเคราะห์สารที่ทำให้เลือดแข็งตัว นอกจากนี้ ตับยังทำหน้าที่กำจัดสารพิษออกจากร่างกายที่ได้รับพิษต่างๆ จากสภาพแวดล้อมการ ล้างพิษตับ

          เหมาะสำหรับผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ ผู้ที่ทานอาหารไม่ถูกหลักอนามัย เช่น อาหารรสจัด หรือการพักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอมีสารพิษ สะสมอันเป็นสาเหตุทำให้ตับทำงานหนัก และเกิดโรคต่างๆ เช่น ตับอักเสบ ฝีในตับ ตับแข็ง มะเร็งในตับ และยังนำไปสู่โรคเบาหวานอีกด้วยประโยชน์ที่ได้รับจากการล้างพิษตับ

  • ป้องกันตับจากสารพิษ ทั้งจากยา สารเคมี หรือ แอลกอฮอล์
  • ยับยั้งความผิดปกติในตับ เช่น โรคตับอักเสบ
  • ปกป้องตับจากการทำเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง
  • ช่วยให้ตับฟื้นตัวเร็วขึ้น เร่งการขับสารพิษตกค้างในร่างกาย
  • ช่วยป้องกันถุงน้ำดี โดยเพิ่มการไหลเวียนของน้ำดีจากตับผ่านน้ำดีเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ เพื่อย่อยไขมัน


ประโยชน์ของการล้างพิษตับ ( Live Detox )

  • ช่วยสร้างเอ็มไซม์ ชนิดต่างๆ หลายชนิดในร่างกายโดยเฉพาะเอ็มไซม์ที่ช่วยตับในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย โดยเปลี่ยนสารพิษ ชนิดไม่ละลายน้ำอย่าง เช่น พวกสารโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง ให้เป็นสารที่ละลายน้ำดีขึ้น แล้วกำจัดออกจาก ร่างกายทางระบบขับถ่ายของเสีย
  • เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidance) ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยต่อต้านการทำลายเซลล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์ตับไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ
  • ช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิล สารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ให้ร่างกายนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น วิตมินซี
  • ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง เพื่อสามารถต่อต้านเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอม บรรเทาความรุนแรงของ โรคหวัด หรืออาการภูมิแพ้
  • ช่วยลดการสะสมไขมันที่ตับ และการเกาะตัวของไขมัน ที่ผนังหลอดเลือด
  • ช่วยในการป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์และคืนความสดชื่นให้กับเซลล์
  • ช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกาย เส้นเอ็น คอลลาเจน และความแข็งแรงของเส้นเลือด


การปฏิบัติตัวก่อนทำคีเลชั่นบำบัด (Chelation Therapy)

เพื่อให้การทำคีเลชั่นบำบัด (Chelation) มีประสิทธิภาพสูงสุด ทุกครั้งคุณจึงควรศึกษาและเตรียมตัวให้พร้อมยตามคำแนะนำนี้

  • ก่อนการทำคีเลชั่นบำบัด (Chelation Therapy) แพทย์จะต้องทำการประเมินสภาพร่างกายเบื้องต้น โดยการตรวจร่างกายอย่างละเอียด และมีการตรวจเลือดเพื่อดูระดับการทำงานของไต และระดับอิเลคโทรไลท์ต่างๆในกระแสเลือด
  • การทำคีเลชั่นบำบัด (Chelation) ทั้งก่อนและหลังการเข้ารับการฉีด EDTA ครั้งแรก จะเก็บตัวอย่างปัสสาวะจากผู้ป่วย เพื่อนํามาตรวจหาแร่ธาตุจําเป็น และหาระดับของโลหะหนักที่เป็นพิษในทันที เพราะว่าจะเป็นตัวบ่งชี้ปริมาณของแร่ธาตุและโลหะหนักที่เป็นพิษในกระแสเลือดขณะนั้น
  • ผู้ที่จะเข้ารับการทำคีเลชั่นบำบัด (Chelation Therapy) ไม่ควรบริโภคอาหารหรืออาหารเสริมที่มีแร่ธาตุต่างๆเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำการตรวจประเมินเบื้องต้น และต้องงดไปจนกว่าจะทําการเก็บตัวอย่างปัสสาวะเพื่อทําการทดสอบอย่างครบถ้วนแล้ว
การปฏิบัติตัวหลังทำคีเลชั่นบำบัด (Chelation Therapy)
  • ควรดื่มน้ำหลังทำคีเลชั่นบำบัด (Chelation Therapy) ปริมาณมาก กฎง่ายๆ คือให้ดื่มน้ำหนึ่งออนซ์ต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม
  • งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะและหลังการทำคีเลชั่นบำบัด (Chelation Therapy)
  • งดสูบบุหรี่ หลังทำคีเลชั่นบำบัด (Chelation) เนื่องจากการสูบบุหรี่จะทําให้ผลการบําบัดด้วย EDTA ด้อยประสิทธิภาพลง


 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง