Acupuncture
การฝังเข็มปรับสมดุล เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

      การฝังเข็ม คือการนำเข็มที่มีขนาดบางมากฝังลงไปตามจุดฝังเข็มจุดต่าง ๆ บนร่างกาย เป็นศาสตร์การรักษาโรคชนิดหนึ่งของจีนโบราณ มีพื้นฐานมาจากความเชื่อเรื่องพลังชีวิตหรือพลังชี่ ที่อยู่ในเส้นลมปราณ (Meridian Line) เพื่อสร้างสมดุลให้กับร่างกาย

หมอเชาว์ (แพทย์จีน สุเชาว์ ถาวรวงศ์) 
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับวิธีคิดของแพทย์แต่ละคน สำหรับผมแล้ว อาการของคนไข้ต้องดีขึ้นตั้งแต่การฝังเข็มครั้งแรกครับเพราะเวลาไปรักษาชาวบ้านที่ต่างจังหวัด ผมอาจได้เจอเขาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งผมก็ตั้งใจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและปรับให้เป็นศิลปะการรักษาเฉพาะของตัวเอง คิดใหม่หมดแต่อ้างอิงตามหลักวิชาการว่าไม่เป็นอันตรายและไม่เสี่ยง แต่ต้องเห็นผลเร็วที่สุด

ตามทฤษฎีการแพทย์จีนนั้น เชื่อว่า

"..ภายในร่างกายของคนเรา จะมีเลือดและลมปราณ ไหลหมุนเวียนไปตามเส้นลมปราณต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วทั้งร่างกาย เป็นพลังงานผลักดันใหอวัยวะสามารถเคลื่อนไหวทำงานได้ประสานสอดคล้องกันเป็นอย่างดี  เมื่อมีเหตุใดเหตุหนึ่งทำให้การไหลเวียนของเลือดลมปราณติดขัด อวัยวะต่าง ๆ ก็จะทำงานผิดปกติไป หากความผิดปกตินั้นไม่สามารถปรับแก้ไขกลับคืนมาได้ ร่างกายก็จะเกิดการเสียสมดุลกับธรรมชาติ แล้วมีอาการของโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้น .."

ตามแนวคิดของการแพทย์แผนโบราณจีนนั้น
การฝังเข็มมีฤทธิ์ในการรักษาโรค 3 ประการ คือ

1. แก้ไขการไหลเวียนของเลือดลมปราณที่ติดขัด
2. ปรับการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายให้อยู่ในสมดุล
3. กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย เพื่อกำจัดเหตุปัจจัยที่เป็นอันตรายออกไปจากร่างกาย

การฝังเข็มเพื่อรักษาโรค

การฝังเข็มสามารถรักษาได้หลายโรค ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้มีการประชุมสัมมนาเรื่อง “การฝังเข็ม” ขึ้นที่นครปักกิ่ง โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 15 คนจาก 12 ประเทศ ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า โรคที่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีฝังเข็มได้แก่

ระบบทางเดินหายใจ ไซนัสอักเสบชนิดเฉียบพลัน, จมูกอักเสบชนิดเฉียบพลัน, ไข้หวัด, ต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน, หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน, หอบหืด (ได้ผลในเด็ก และคนที่ไม่มีโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ)
โรคตา เยื่อบุตาอักเสบเฉียบพลัน, จอภาพตาอักเสบ (Central retinitis), สายตาสั้นในเด็ก, ต้อกระจกชนิดที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน
ช่องปาก ปวดฟัน, เหงือกอักเสบ, อาการปวดหลังถอนฟัน, คออักเสบ(Pharyngitis)
ระบบทางเดินอาหาร การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหลอดอาหาร, สะอึก, กระเพาะอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง, กระเพาะหลั่งกรดมากเกินไป, แผลในลำไส้เล็กส่วนต้นเรื้อรัง(ช่วยลดอาการปวด), 
ท้องผูก, แผลในลำไส้เล็กส่วนต้นเฉียบพลัน(ไม่มีโรคแทรกซ้อน), ลำไส้เล็กส่วนท้ายไม่ทำงาน, ลำไส้ใหญ่อักเสบ เฉียบพลันและเรื้อรัง, บิดจากเชื้อชิกาลล่า ท้องร่วง
ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ปวดหัว, ลมตะกัง ( ไมเกรน ), ปวดประสาทหน้า (Trigeminal neuralgia), โรคปากเบี้ยว (Facial palsy)(ในช่วง 3-6 เดือนแรก), อาการชาจากการกระแทก, โรคของปลายประสาท โรคโปลิโอ (ใน 6 เดือนแรก), โรคเมเนียร์ (Meniere disease), กระเพาะปัสสาวะไม่ทำงานเนื่องจากความผิดปกติของระบบประสาท, ปัสสาวะรดที่นอน, ปวดในช่องระหว่างซี่โครง, อาการเกี่ยวกับคอและแขน ไหล่ติด (Frozen shoulder), ข้อศอกติด (Tennis elbow), รากประสาทขาถูกกดทับหรือไขอาติคา (Sciatica), ปวดหลัง, ข้ออักเสบ


การฝังเข็ม เพื่อความงาม และชะลอวัย

การฝังเข็มเพื่อการชะลอวัย จะเป็นการปรับสมดุลหยิน-หยาง และ ความสัมพันธ์ของอวัยวะตามทฤษฎีปัญจธาตุ และ ขับของเสียออกจากร่างกายในขณะเดียวกัน

  • ฝังเข็มรักษาสิว หน้าใส
  • ฝังเข็มปรับรูปหน้า
  • ฝังเข็มลดเรือนริ้วรอย
  • ฝังเข็มยกกระชับใบหน้า
  • ฝังเข็มชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพ
  • ฝังเข็มลดน้ำหนัก
  • ฝังเข็มแก้หนังศีรษะล้าน กระตุ้นให้เกิดเส้นผมใหม่
อย่างไรก็ตาม การใช้ศาสตร์การแพทย์แผนจีนแบบผสมผสานกับแผนปัจจุบัน เป็นแนวทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ป่วยมากที่สุด และที่ต้องเน้นย้ำคือ แนวทางการส่งเสริมสุขภาพดังข้างต้นทั้งด้านการหายใจ การออกกำลังกาย การพักผ่อน การควบคุมอารมณ์ การควบคุมอาหาร จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นเดียวกัน

การเตรียมตัวก่อนการฝังเข็ม
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจเลือกเข้ารับการรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังหรือผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง การฝังเข็มเป็นการรักษาแบบแพทย์ทางเลือก การตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีนี้อาจไม่สามารถรับรองได้ว่าจะเห็นผลกับผู้ป่วยทุกราย ดังนั้นอาจเลือกรักษาด้วยวิธีการฝังเข็มควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันรูปแบบอื่น

ในระหว่างรักษา
หากมีอาการผิดปกติหรือไม่สบายใด ๆ เกิดขึ้น เช่น แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือมืด รู้สึกวิงเวียนศีรษะเหมือนจะเป็นลม ให้รีบบอกแพทย์ผู้รักษาหรือผู้ช่วยแพทย์ทันที
ขณะที่มีเข็มปักคาร่างกายนั้น ควรนั่งหรือนอนนิ่ง ๆ ไม่ควรขยับเคลื่อนไหวส่วนของร่างกายที่มีเข็มปักคาอยู่ เพราะอาจทำให้เข็มงอหรือหักคาเนื้อได้ ยกเว้นการขยับตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังสามารถทำได้ แต่ร่ากายส่วนอื่น ๆ ที่ไม่มีเข็มปักอยู่นั้น สามารถขยับเคลื่อนไหวได้ตามสบาย

หลังการฝังเข็ม
ผู้ป่วยอาจรู้สึกผ่อนคลายหรือกระชุ่มกระชวย บางรายอาจไม่พบอาการที่ดีขึ้นหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา หลังจากเข้ารับการรักษาภายในช่วง 2-3 สัปดาห์ หากไม่พบอาการที่ดีขึ้น อาจหมายความว่าผู้ป่วยไม่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

ระยะเวลาในการฝังเข็ม และข้อควรระวัง 
ควรฝังเข็มประมาณ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ และควรทำ 5-10 ครั้งจึงจะเห็นผล

ข้อห้ามในการฝังเข็ม ไม่ทำการฝังเข็มในผู้ป่วยดังต่อไปนี้
– ตั้งครรภ์ยังไม่ครบกำหนด
– โรคเลือดหรือมีความผิดปกติของระบบแข็งตัวของเลือด
– โรคเร่งด่วนที่ต้องการการรักษาโดยการผ่าตัดอย่างแน่นอน
– โรคมะเร็งที่ยังไม่ได้ปรึกษาแพทย์